คำถามที่พบบ่อย

 ใครสามารถบริจาคได้บ้าง จำเป็นต้องเป็นลูกครึ่งหรือไม่?            
 
สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ที่จะบริจาค ควรมีอายุตั้งแต่ 18-45 ปี โดยไม่จำกัดเพศ หรือสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นคนไทย ลูกครึ่ง หรือต่างชาติ ทุกคนสามารถช่วยเหลือได้โดยการตรวจเลือดเพื่อเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม (HLA Typing) 
 
 ผู้บริจาคสเต็มเซลล์จำเป็นต้องมีกรุ๊ปเลือดเดียวกับผู้รับหรือไม่?            
 
การตรวจสเต็มเซลล์เป็นเรื่องของเนื้อเยื่อทางพันธุกรรม (HLA Typing) ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับกรุ๊ปเลือด จึงไม่จำเป็นที่กรุ๊ปเลือดของผู้ให้และผู้รับบริจาคจะต้องตรงกัน 
 
 ในการตรวจหรือบริจาค มีความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือไม่ อย่างไร?           
 
การตรวจเลือดเพื่อเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม (HLA typing) ไม่มีความเสี่ยงใดๆต่อสุขภาพร่างกาย และคล้ายคลึงกับการตรวจบริจาคเลือดทั่วไป​
 
 ในประเทศไทยสามารถไปบริจาคได้ที่ไหน?           
 
สามารถติดต่อไปได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร. 02 256 4300, 02 252 1637, 02 263 9600 ต่อ 1301, 1310 หรือ 1771 ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 0800-1600น. และ วันเสาร์-อาทิตย์- นักขัตฤกษ์ 0830-1530น. เพื่อขอทำการ         “ตรวจสเต็มเซลล์ เพื่อขึ้นทะเบียนผู้บริจาคสเต็มเซลล์” โดยทางผู้บริจาคสามารถแจ้งทางเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ว่าได้ข้อมูลมาจากแคมเปญ match4lara  ทางเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติจะอธิบายขั้นตอนการตรวจ พร้อมให้ผู้บริจาคกรอกเอกสารยินยอมก่อนทำการตรวจ​
 
 สำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ จะบริจาคได้ที่ไหน?           
 
สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย สามารถตรวจสอบหน่วยงานหรือองค์กรที่รับบริจาคได้ที่หน้า How to Help
 
สำหรับประเทศอื่นๆในโลก สามารถค้นหาองค์กรที่ขึ้นทะเบียนผู้บริจาคสเต็มเซลล์ในประเทศนั้นๆ ได้ที่ Bone Marrow Donors Worldwide
 
 
 ต้องมีการเตรียมตัวก่อนการไปบริจาคหรือไม่?          
 
สำหรับผู้ที่ต้องการไปบริจาคสเต็มเซลล์ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ควรเตรียมร่างกายล่วงหน้าในคืนก่อนการบริจาค เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมและสดชื่น ควรรับประทานอาหารอย่างเพียงพอ และดื่มน้ำตามปกติ รวมถึงพักผ่อนอย่างเต็มที่
 
 อยากจะช่วยเหลือแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร?          
 
ขั้นตอนแรกคือการเข้าร่วมลงทะเบียนเป็นผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โดยเจ้าหน้าที่จะทำการเจาะเลือดเพื่อทดสอบหาข้อมูลทางพันธุกรรม (HLA Typing) ซึ่งระบบการตรวจสอบมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 วันในการดำเนินการ เมื่อผลตรวจ HLA ออกมาแล้ว ข้อมูลจะถูกนำไปเก็บไว้ในทะเบียนผู้บริจาคสเต็มเซลล์ และหากมีการตรวจพบว่าผู้บริจาคมี HLA ตรงกันกับผู้ป่วยรายหนึ่งรายใดในโลก ทางศูนย์บริการโลหิตที่ผู้บริจาคเคยลงทะเบียนไว้ จะทำการแจ้งไปยังผู้บริจาคทันที
 
 หลังการทดสอบ จะรู้ได้อย่างไรว่าพบ HLA ที่ตรงกัน?          
 
หลังจากมีการทดสอบพบว่าผู้ที่ขึ้นทะเบียนกับทางศูนย์บริการโลหิตมี HLA ตรงกันกับผู้ป่วยที่รอรับบริจาคอยู่ ทางศูนย์ฯ ที่ผู้บริจาคเคยลงทะเบียนไว้ จะทำการแจ้งไปยังผู้บริจาค สำหรับการบริจาคสเต็มเซลล์จะเป็นไปโดยความยินยอมและเต็มใจจากผู้บริจาคเองเท่านั้นโดยสามารถทำการปฏิเสธการบริจาคได้เช่นกัน 
 
 ขั้นตอนการบริจาคเมื่อมี HLA ตรงกันกับผู้ป่วย รวมถึงผลข้างเคียงที่คาดว่าจะได้รับ?      
 
เมื่อตกลงที่จะบริจาคสเต็มเซลล์แล้ว ศูนย์บริการโลหิตจะพาไปตรวจสุขภาพเพื่อดูความพร้อมและความสมบูรณ์ของร่างกาย และนำตัวอย่างเลือดส่งไปให้ผู้ป่วยตรวจสอบอีกครั้ง เมื่อได้รับการยืนยันว่าตรงกัน ก็เริ่มขั้นตอนการบริจาค ซึ่งทำได้ 2 วิธี คือ การบริจาคสเต็มเซลล์ทางไขกระดูก และ การบริจาคสเต็มเซลล์ทางกระแสโลหิต โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมโดยละเอียดได้ที่ ส่วนงานสเต็มเซลล์ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย 
 
 โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) คืออะไร  และมีวิธีการรักษาอย่างไร?         
 
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) เป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ (Stem Cell) ทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดชนิดผิดปกติออกมามากกว่าปกติ และจะไปรบกวนการสร้างเม็ดเลือดปกติ ทำให้จำนวนเม็ดเลือดที่ปกติ (ทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด) มีจำนวนลดน้อยลง
 
 

© 2016 by Match4lara

proudly made with Wix.com 

Match4lara

Contact: match4lara@gmail.com

  • Facebook Clean
  • Twitter Clean
  • YouTube - White Circle
  • emailicon

Connect online: